ข้ามไปยังเนื้อหา

คู่มือรายงานการเงิน

กำไรกับกระแสเงินสดต่างกันอย่างไร: อ่านรายงานรายเดือนของบริษัทให้เข้าใจ

ดูว่ากำไร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ การลงทุน และเงินกู้เชื่อมกับเงินสดอย่างไร ผ่านตัวอย่างสมมติและลำดับทบทวนรายงานที่ใช้ได้ทุกเดือน

Yupin Numyen

เขียนโดย CEO · YPN Accounting

เผยแพร่

ภาพประกอบแท่งกราฟสีครีมและส้มคู่กับแผ่นกลมบนถาดสีทอง สื่อถึงกำไรและเงินสด

บริษัทอาจมีกำไรแต่เงินในบัญชีธนาคารลดลงได้ ลูกค้าอาจยังไม่ชำระเงิน การซื้ออุปกรณ์ใช้เงินสด และการชำระคืนเงินต้นของเงินกู้ทำให้ยอดธนาคารลดลงโดยไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานในลักษณะเดียวกัน หากต้องการเข้าใจผลของเดือนนั้น ควรอ่านงบกำไรขาดทุนควบคู่กับงบแสดงฐานะการเงิน การเคลื่อนไหวของเงินสด และยอดที่ต้องรับจากลูกค้าหรือจ่ายให้ผู้ขาย

คู่มือนี้อธิบายความเชื่อมโยงของรายงานเหล่านั้นด้วยตัวอย่างธุรกิจไทยสมมติและตัวเลขเงินบาท พร้อมลำดับสำหรับทบทวนรายงานทุกเดือน เพื่อให้การพูดคุยนำไปสู่การตัดสินใจและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

กำไร กระแสเงินสด และยอดธนาคารตอบคนละคำถาม

กำไร แสดงผลการดำเนินงานในช่วงเวลาหนึ่งตามเกณฑ์บัญชีที่ใช้ในรายงาน ภายใต้เกณฑ์คงค้าง บริษัทอาจรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายก่อนรับหรือจ่ายเงินที่เกี่ยวข้อง ค่าเสื่อมราคาก็เป็นอีกความแตกต่างหนึ่ง เพราะเป็นการปันส่วนต้นทุนสินทรัพย์เข้ารอบบัญชี โดยไม่ได้เกิดการจ่ายเงินใหม่ทุกเดือน

กระแสเงินสด แสดงเงินที่รับเข้าและจ่ายออกระหว่างงวด ส่วนยอดเงินในบัญชีธนาคาร คือจำนวนเงิน ณ วันใดวันหนึ่ง เดือนที่มีกำไรไม่จำเป็นต้องทำให้ยอดธนาคารเพิ่มขึ้น และยอดธนาคารที่เพิ่มขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องมาจากกำไร เช่น เงินกู้ใหม่ทำให้มีเงินสดรับเข้า แต่ไม่ได้ทำให้เกิดรายได้จากการขาย

อ่านคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่องจังหวะการรับรู้ตามเกณฑ์คงค้างและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสดได้จากบทเปรียบเทียบกระแสเงินสดกับกำไรของ Association for Financial Professionals

คำอธิบาย IAS 7 ของ IFRS Foundation แยกกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน การแยกประเภทช่วยให้กรรมการอธิบายได้ว่าเงินไปอยู่ที่ใด ส่วนกรอบมาตรฐานบัญชีและงบการเงินตามกฎหมายที่บริษัทไทยต้องจัดทำ ควรยืนยันกับผู้ทำบัญชีของบริษัท ตัวอย่างในคู่มือนี้ใช้เพื่อการบริหาร ไม่ได้หมายความว่า SMEs ไทยทุกแห่งต้องจัดทำงบกระแสเงินสดรายเดือนตามกฎหมายในรูปแบบเดียวกัน

รายงานหรือตารางประกอบ คำถามที่ช่วยตอบ สิ่งที่ควรเปรียบเทียบ
งบกำไรขาดทุน (P&L) ธุรกิจมีกำไรในเดือนนี้หรือไม่ เดือนปัจจุบัน งวดก่อน และงบประมาณที่เกี่ยวข้อง
งบแสดงฐานะการเงิน บริษัทมีสินทรัพย์และหนี้สินอะไร ณ วันที่รายงาน ยอดต้นงวดและปลายงวด พร้อมคำอธิบายการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ
รายงานการเคลื่อนไหวของเงินสด เหตุใดเงินสดจึงเพิ่มหรือลดในเดือนนี้ เงินสดต้นงวด เงินรับ เงินจ่าย และเงินสดปลายงวด
ตารางอายุลูกหนี้ ยอดของลูกค้ารายใดยังไม่ได้รับชำระ วันครบกำหนด ใบแจ้งหนี้ที่มีข้อโต้แย้ง และวันที่คาดว่าจะรับเงิน
ตารางอายุเจ้าหนี้ ยอดของผู้ขายรายใดถึงกำหนดชำระ วันจ่าย เงื่อนไขที่ตกลง และยอดที่มีข้อโต้แย้ง
ประมาณการเงินสดระยะสั้น บริษัทจะชำระภาระที่กำลังถึงกำหนดได้หรือไม่ วันที่คาดว่าจะรับเงินและกำหนดชำระจริง

เลื่อนตารางไปด้านข้างเพื่อดูทุกคอลัมน์

ตกลงรายการรายงานและความถี่ในการจัดทำให้ชัดเจน รายงานกับตารางเหล่านี้เป็นตัวเลือกที่มีประโยชน์ ไม่ใช่คำยืนยันว่าทุกแพ็กเกจจัดทำบัญชีและรายงาน รวมทุกอย่างไว้แล้ว

ตัวอย่างสมมติ: กำไร 150,000 บาท แต่เงินสดลดลง 100,000 บาท

สมมติว่าบริษัทบริการแห่งหนึ่งกำลังทบทวนผลของหนึ่งเดือน ตัวเลขต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงชัดเจน ตัวอย่างนี้ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ ดอกเบี้ย สินค้าคงเหลือ อัตราแลกเปลี่ยน เงินปันผล และการเคลื่อนไหวอื่น จุดเริ่มต้นคือกำไรก่อนภาษี ไม่ใช่กำไรหลังภาษี นี่เป็นตัวอย่างการกระทบยอด ไม่ใช่การคำนวณภาษีหรือรายงานของลูกค้า YPN จริง

งบกำไรขาดทุนของบริษัทแสดงดังนี้

รายการในงบกำไรขาดทุน บาท
รายได้ที่รับรู้ 400,000
ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ไม่รวมค่าเสื่อมราคา (230,000)
ค่าเสื่อมราคา (20,000)
กำไรก่อนภาษี 150,000

เลื่อนตารางไปด้านข้างเพื่อดูทุกคอลัมน์

บริษัทเก็บเงินจากรายได้นี้ได้เพียง 220,000 บาท ลูกหนี้จึงเพิ่มขึ้น 180,000 บาท และจ่ายค่าใช้จ่ายดำเนินงานไป 200,000 บาท ทำให้เจ้าหนี้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 30,000 บาท ในเดือนสมมตินี้ไม่มีเงินรับ เงินจ่าย หรือการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงานรายการอื่น

บริษัทยังจ่ายค่าอุปกรณ์ 80,000 บาท และชำระคืนเงินต้นของเงินกู้ 40,000 บาท ค่าเสื่อมราคาข้างต้นเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่บริษัทมีอยู่ ไม่ใช่การจ่ายเงินครั้งที่สองสำหรับอุปกรณ์ที่ซื้อ

กระทบยอดจากกำไรสู่เงินสด บาท เหตุผลที่ต้องปรับ
กำไรก่อนภาษี 150,000 เริ่มจากผลทางบัญชีของเดือน
บวกกลับค่าเสื่อมราคา +20,000 ค่าใช้จ่ายเดือนนี้ไม่ได้ทำให้เกิดการจ่ายเงินใหม่
หักลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น −180,000 รายได้ที่รับรู้บางส่วนยังไม่ได้รับชำระ
บวกเจ้าหนี้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น +30,000 ค่าใช้จ่ายที่รับรู้บางส่วนยังไม่ได้จ่าย
เงินสดจากการดำเนินงาน 20,000 เท่ากับเงินรับ 220,000 บาท ลบเงินจ่าย 200,000 บาท
จ่ายค่าอุปกรณ์ −80,000 เงินสดจ่ายจากกิจกรรมลงทุนในตัวอย่างนี้
ชำระคืนเงินต้นของเงินกู้ −40,000 เงินสดจ่ายจากกิจกรรมจัดหาเงินในตัวอย่างนี้
เงินสดเปลี่ยนแปลงสุทธิ −100,000 การเปลี่ยนแปลงรวมของเดือน

เลื่อนตารางไปด้านข้างเพื่อดูทุกคอลัมน์

ตัวอย่างสมมติหน่วยบาท: กำไร 150,000 ปรับด้วยค่าเสื่อมราคา ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ เป็นเงินสดจากการดำเนินงาน 20,000 เมื่อหักค่าอุปกรณ์และเงินต้นเงินกู้ เงินสดเปลี่ยนแปลงสุทธิเท่ากับลบ 100,000
ตัวอย่างกระทบยอดสมมติหน่วยบาทแบบย่อ ไม่รวมภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม ดอกเบี้ย และการเคลื่อนไหวอื่น ห้ามใช้ตัวเลขนี้แทนประมาณการเงินสดจริงของบริษัท

หากมีเงินสดต้นงวด 300,000 บาท เงินสดปลายงวดจะเหลือ 200,000 บาท การมีกำไรพร้อมกับยอดธนาคารลดลงจึงสอดคล้องกันได้ เพราะเป็นการวัดคนละเรื่อง ตารางกระทบยอดช่วยอธิบายส่วนต่าง

สิ่งที่ผู้บริหารควรทำจึงไม่ใช่ลดค่าใช้จ่ายทุกประเภททันที แต่ควรระบุว่าจะเก็บเงิน 180,000 บาทได้เมื่อใด ต้องจ่ายเจ้าหนี้ 30,000 บาทเมื่อใด และการจ่ายค่าอุปกรณ์กับชำระหนี้กระทบเงินสดในอีกไม่กี่สัปดาห์อย่างไร

อ่านชุดรายงานรายเดือนตามลำดับนี้

1. ตรวจงวดรายงานและความพร้อมของบัญชี

ก่อนเปรียบเทียบตัวเลข ยืนยันว่ารายงานครอบคลุมเดือนเดียวกันและใช้สกุลเงินเดียวกัน ถามว่ากระทบยอดบัญชีธนาคารแล้วหรือไม่ มีเอกสารสำคัญขาดหรือไม่ และรายงานเป็นฉบับสมบูรณ์หรือยังมีรายการชั่วคราว

รายการเดินบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าบัญชีครบถ้วน งบกำไรขาดทุนที่จัดรูปแบบเรียบร้อยก็เช่นกัน ยอดที่ไม่มีคำอธิบายหรือใบแจ้งหนี้ที่ขาดอาจเปลี่ยนการตีความผลได้

2. ทำความเข้าใจว่ากำไรมาจากอะไร

ดูรายได้ อัตรากำไรขั้นต้นเมื่อเกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และรายการผิดปกติ เปรียบเทียบกับงวดหรืองบประมาณที่เหมาะสม ธุรกิจตามฤดูกาลไม่ควรถือว่าเดือนก่อนหน้าเป็นตัวเปรียบเทียบที่ดีที่สุดเสมอไป

ถามว่าการเปลี่ยนแปลงใดเกิดจากการค้าปกติ การเปลี่ยนแปลงใดเกิดจากจังหวะเวลา และรายการใดเกิดครั้งเดียว อย่าถือว่ารายได้ที่เพิ่มหรือค่าใช้จ่ายที่ลดลงชั่วคราวเป็นการดีขึ้นถาวรโดยไม่มีคำอธิบาย

3. อธิบายการเคลื่อนไหวของเงินสด

เริ่มจากเงินสดต้นงวดแล้วกระทบยอดไปถึงปลายงวด แยกเงินรับและจ่ายจากการค้าปกติออกจากการซื้ออุปกรณ์ การกู้หรือชำระเงินกู้ และเงินทุนจากเจ้าของ ในตัวอย่างสมมติ การดำเนินงานสร้างเงินสด แต่การลงทุนและชำระหนี้ใช้เงินมากกว่าที่สร้างได้

เงินสดที่ลดลงอาจเป็นไปตามแผน เช่น การซื้ออุปกรณ์ที่บริษัทมีเงินรองรับ ส่วนเงินสดที่เพิ่มอาจมาจากการกู้ยืม เครื่องหมายบวกหรือลบเพียงอย่างเดียวจึงยังบอกไม่ได้ว่าธุรกิจดำเนินงานดีหรือไม่

4. ทบทวนยอดที่ยังไม่ได้รับและภาระที่ถึงกำหนด

ขอตารางลูกหนี้แยกตามวันครบกำหนด แทนการดูเพียงยอดรวม แยกยอดเกินกำหนด ยอดที่มีข้อโต้แย้ง และยอดที่ยังไม่ถึงกำหนด กำหนดผู้รับผิดชอบกับขั้นตอนถัดไปให้แต่ละประเด็นติดตามหนี้

ทำเช่นเดียวกันกับผู้ขายและภาระอื่น เจ้าหนี้ 30,000 บาทที่ยังไม่จ่ายในตัวอย่างช่วยให้เงินสดเดือนนี้ดีขึ้น แต่ยังเป็นภาระที่ต้องชำระ การเลื่อนจ่ายไม่ได้ทำให้ความสามารถทำกำไรดีขึ้นอย่างถาวร

รวมเงินเดือนที่กำลังจะจ่าย ภาษีที่เกี่ยวข้อง และภาระทางการเงินไว้ในการทบทวนเงินสด ใช้คู่มือแบบภาษีไทย เพื่อดูหัวข้อการยื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงยืนยันหน้าที่และกำหนดเวลาจริงของบริษัท

5. นำผลทบทวนไปทำประมาณการระยะสั้นและกำหนดงาน

รายงานย้อนหลังอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนประมาณการเงินสดพิจารณาสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป โดยใช้วันที่คาดว่าจะรับชำระจากลูกค้าและภาระจ่ายจริง แยกมุมมองทั้งสองให้ชัดเจน

บันทึกสมมติฐาน โดยเฉพาะเงินรับที่ยังไม่แน่นอน หากลูกค้ารายใหญ่จ่ายช้ากว่าคาด ให้แสดงว่าสิ่งใดเปลี่ยนไปและต้องทบทวนการจ่ายหรือการหาเงินทุนเรื่องใด ผลที่ใช้ได้จริงคือข้อสรุปที่มีผู้รับผิดชอบและวันทบทวน

คำถามที่ควรคุยกับผู้ทำบัญชี

ใช้คำถามเหล่านี้เริ่มทบทวนรายงานรายเดือน

  • ตัวเลขใดยังเป็นรายการชั่วคราว และเอกสารที่ขาดรายการใดอาจเปลี่ยนผลได้
  • อะไรอธิบายส่วนต่างระหว่างกำไรกับการเปลี่ยนแปลงของเงินสด
  • ใบแจ้งหนี้ที่เกินกำหนดรายการใดต้องดำเนินการ และใครจะติดต่อลูกค้า
  • มีเงินจ่ายใดถึงกำหนดก่อนเงินรับที่คาดไว้รอบถัดไป
  • รายการอุปกรณ์ เงินกู้ หรือธุรกรรมของเจ้าของทำให้เงินสดเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่
  • สมมติฐานใดจะเปลี่ยนประมาณการมากที่สุดหากไม่เป็นไปตามที่คาด
  • เราควรตัดสินใจอะไรตอนนี้ และยังต้องการข้อมูลใด

สำหรับสำนักงานใหญ่ต่างประเทศ ควรตกลงภาษา งวดรายงาน สกุลเงิน และระดับรายละเอียดด้วย บริการบัญชีหลายภาษา ช่วยทำความชัดเจนเรื่องรูปแบบที่ต้องการได้ แต่ไม่ควรปล่อยให้รายงานไทยกับรายงานกลุ่มครอบคลุมคนละงวดโดยไม่มีคำอธิบาย

ตกลงขอบเขตรายงานก่อนปิดบัญชีครั้งถัดไป

แจ้งผู้ทำบัญชีว่าต้องการใช้รายงานรายเดือนประกอบการตัดสินใจเรื่องใด เช่น ควบคุมลูกหนี้ วางแผนซื้ออุปกรณ์ เปรียบเทียบต้นทุนจริงกับงบประมาณ หรือดูเงินที่พร้อมใช้ก่อนจ่ายเงินเดือนรอบถัดไป

YPN ให้บริการที่ปรึกษาธุรกิจ ครอบคลุมการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ประมาณการ และงบประมาณควบคู่กับงานบัญชี ควรตกลงรายงาน ความถี่ในการทบทวน และผู้รับผิดชอบให้เหมาะกับบริษัทของคุณ

ปรึกษาเรื่องรายงานและการทบทวนกระแสเงินสดของบริษัท แจ้งการตัดสินใจที่ต้องการทำและรายงานที่มีอยู่ แล้วตกลงช่องทางที่เหมาะสมก่อนส่งข้อมูลการเงินที่เป็นความลับ